HistoryReo8

          “การศึกษาที่นี่สำคัญมาก ให้พยายามจัดให้ดี ให้พลเมืองสามารถพูดภาษาไทยได้ แม้จะพูดได้ไม่มากนัก เพียงแต่พอรู้เรื่องกันก็ยังดี เพราะเท่าที่ผ่านมาคราวนี้ มีผู้ที่ไม่รู้ภาษาไทย ต้องใช้ล่ามแปล ควรให้พูดเข้าใจกันได้เพื่อสะดวกในการติดต่อซึ่งกันและกัน”
          จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทาน ณ คุรุสัมมนาคาร ภาคการศึกษา 2 ในการเสด็จเยี่ยมราษฎรจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2502 กระทรวงศึกษาธิการได้น้อมนำมากำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาจนปัจจุบัน
          เดิมสำนักงานแห่งนี้ มีพื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัด คือ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล โดยใช้ชื่อว่า “ภาคศึกษา 2” ที่ทำการภาคการศึกษา 2 ตั้งอยู่ที่จังหวัดยะลา ต่อมาหน่วยงานแห่งนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่หลายครั้งเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจพัฒนาการศึกษาตามความจำเป็นของพื้นที่ โดยในปี พ.ศ. 2525 ได้ใช้ชื่อสำนักงานว่า “สำนักงานศึกษาธิการเขต เขตการศึกษา 2” ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ได้ปรับเปลี่ยนภารกิจและเปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เขตการศึกษา 2” และในปี พ.ศ. 2547 มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักผู้ตรวจราชการประจำเขตตรวจราชการ รวม 12 เขตตรวจราชการและกรุงเทพมหานคร โดยได้กำหนดให้มีบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ การติดตามและการประเมินผล รวมทั้งเป็นสถานที่ปฏิบัติงานของผู้ตรวจราชการและหน่วยสนับสนุนการตรวจราชการ สำหรับหน่วยงานแห่งนี้ กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้เป็นสำนักผู้ตรวจราชการประจำเขตตรวจราชการที่ 12 รับผิดชอบสนับสนุนการตรวจราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส นอกจากนั้น ยังมีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์พัฒนาอิสลามศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รับผิดชอบและดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่และภารกิจของศูนย์ ซึ่งได้บูรณาการทรัพยากรทางการศึกษาร่วมกัน ต่อมา ในปี พ.ศ.2551 หน่วยงานแห่งนี้ ได้ปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ เพื่อให้ทันต่อสภาพปัญหาและสถานการณ์ โดยการขับเคลื่อนเชื่อมโยงนโยบายและยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติและบูรณาการการจัดการศึกษาระดับกลุ่มจังหวัด อีกทั้งจัดทำ ประสานและบูรณาการแผนยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดให้เกิดการเสริมพลังและการใช้ทรัพยากรร่วมกัน รวมถึงศึกษา วิเคราะห์ วิจัยและติดตามประเมินผล เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะในการเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพการดำเนินงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษา นอกจากนี้ยังเป็นเครือข่ายตามพันธกิจของหน่วยงานในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการตามที่ได้รับมอบหมาย และเป็นผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการในระดับกลุ่มจังหวัดในการปฏิบัติภารกิจการพัฒนาตามที่ได้รับมอบหมาย และเปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ 12” รับผิดชอบในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และสงขลา และต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนเป็น“สำนักงานศึกษาธิการภาค 12” เรียกโดยย่อว่า “ศธภ.12” รับผิดชอบพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ที่ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช) ซึ่งมีภารกิจเกี่ยวกับการเป็นหน่วยงานกลางในการส่งเสริม สนับสนุน อำนวยการ และพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ศึกษาธิการและหน่วยงานอื่นหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กลุ่มจังหวัด จังหวัด และเขตตรวจราชการ
          ปี พ.ศ.2559 คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 10/2559 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2559 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 11/2559 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2559 เรื่อง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูประบบการศึกษาให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งในคำสั่งที่ 11/2559 กำหนดให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค เพื่อปฏิบัติภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภาคและจังหวัด โดยการอำนวยการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานอื่น หรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้นๆ และให้มีอำนาจหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์และบทบาทการพัฒนาภาคต่างๆ ให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ นโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ และยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด รวมทั้งการพัฒนาด้านอื่นๆ ในพื้นที่รับผิดชอบตามศักยภาพและโอกาสของบุคคลและชุมชนในแต่ละพื้นที่ ก่อให้เกิด “สำนักงานศึกษาธิการภาค 8” เพื่อรองรับภารกิจในพื้นที่ต่อไป